ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กรกฎาคม, 2018

ฤาษีแปลงสาร

ฤาษีแปลงสาร ................... สิ่งที่เป็น "ความรู้" ไม่ทำอันตรายผู้คนและสังคม แต่สิ่งที่ทำอันตรายผู้คนและสังคม คือ "ความไม่รู้" การทำให้คนไม่รู้ ด้วยวิธีการ "แปลงสาร" จาก "ความรู้" ให้กลายเป็น "ความคิดเห็น" และ "อารมณ์" เพราะความสามารถของมนุษย์ในการ "แปลงสาร" โดยการเล่าเรื่องเสียใหม่ ใช้กลวิธีดัดแปลง ต่อเติม เสริมแต่ง ปรงุรส ขยายความ เพิ่ม ลด เน้น ผ่อน ชักนำ จัดหาองค์ประกอบอื่นเข้ามาเสริม สิ่งที่เป็นความรู้ จึงถูกนำมาเล่าขาน อย่างมีอรรถรส สร้างอารมณ์ตื่นเต้น สนุกสนาน สุข เศร้า สะเทือนอารมณ์ อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์กายภาพ ธรณีวิทยา เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่สามารถนำมาเรียนรู้ ให้เกิดประโยชน์ในวันข้างหน้าได้อย่างมีคุณค่ามหาศาล เช่น หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการช่วยชีวิตมนุษย์จากสถานการณ์วิกฤติ แต่บริบททางสังคมและวัฒนธรรม สอนให้เราประนีประนอม หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหา หลีกเลี่ยงการศึกษ

ปรากฏการณ์ถ้ำหลวง..เรื่องราวที่ใหญ่หลวงของคนไทย

ปรากฏการณ์ถ้ำหลวง..เรื่องราวที่ใหญ่หลวงของคนไทย ................... สิ่งที่เกิดขึ้นที่ "ถ้ำหลวง" อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในช่วงเวลา 18 วัน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ไม่ใช่เพียงแค่เหตการณ์ (Events) แต่มันเป็น "ปรากฏการณ์" (Phenomenon) สำคัญของประเทศไทย และเป็นปรากฏการณ์สำคัญของโลก ที่คนทั้งโลกให้ความสนใจ สงสัย สังเกต ติดตาม มีความหวัง ส่งกำลังใจ เอาใจช่วย ส่งคนมาช่วย ส่งอุปกรณ์เทคโนโลยีมาช่วย การที่ผมเขียนถึงเรื่องราวของทีมนักดำน้ำอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกัน และชาติอื่น ๆ ติดต่อกันมาหลายวันนับตั้งแต่เกิดปรากฏการถ้ำหลวง มิใช่เพราะคลั่งฝรั่ง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะวิเคราะห์ค้นหาสิ่งที่เป็นแก่น (Core) ของปรากฏการณ์ เพื่อสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้นำไปใช้ในอนาคต คือ 1. องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ 2. องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3. องค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติ ถ้ำ น้ำท่วม การติดกับดัก การตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน Trapped Situation 4. องค์ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ ในมิติทางกายภาพ ความรู้

การดูว่าใครรักเรามากแค่ไหน

การดูว่าใครรักเรามากแค่ไหน ไม่เพียงแค่ดูจากการดูแล ห่วงใย เอาใจใส่ แสดงความรัก ความชื่นชม ยกย่อง เคารพ เชื่อถือ ให้เกียรติ แต่เรายังสามารถดูจากการปกป้อง คุ้มครอง ป้องกัน โต้แย้ง ชี้แจงเหตุผล แก้ต่าง ออกรับหน้าแทน ทนไม่ได้ที่จะถูกกล่าวหา ใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย ในเพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกอย่าง ABC, CBS, Fox News, New York Times คนส่วนใหญ่จะติดตามข่าวสาร แสดงความรู้สึกห่วงใย สงสารเห็นใจ วิตกกังวล เอาใจช่วย ให้กำลังใจ ขอพระจากพระเจ้า ต่อกรณีทีมหมูป่าติดถ้ำ กับความพย ายามของทีมงานช่วยเหลือ ซีล ทหาร ตำรวจ และนักดำน้ำในถ้ำ ฝรั่งบางคนไปเขียนคอมเม้นท์ต่อว่า ตำหนิ เช่น เด็กซุกซน โค้ชไม่ดูแล ประมาท ไม่มีความรับผิดชอบ สมแล้วที่เป็นแบบนี้ ปล่อยให้ติดอยู่ในถ้ำสักสามสี่เดือนดีแล้ว สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ เมื่อเข้าไปเองได้ ก็ต้องออกมาเองได้ ไม่ต้องไปช่วย ฝรั่งจำนวนมากกว่าหลายร้อยเท่า ได้เข้าไปเขียนคอมเม้นท์ตอบโต้ ออกรับแทน อธิบาย ชี้แจงเหตุผล ตำหนิ ประณามคนที่เขียนแสดงความคิดเห็นแบบนั้น ความรัก จึงดูได้สองแบบคือ ดูจากสิ่งที่เขาทำดีกับเรา และดูจากการที่เขาดูแล

การรายงานข่าวในสถานการณ์คับขัน

การรายงานข่าวในสถานการณ์คับขัน Trapped Situation at Tham Luang: The Big Story in Thailand and Media Functions in 2018 ............................................................... เหตุการณ์วิกฤติที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กับภารกิจช่วยหมูป่าออกจากถ้ำ นับเป็น Big Story ของประเทศไทยในปี 2018 และเป็น Big Story ด้านการสื่อสารการข่าวครั้งใหญ่ของประเทศไทย แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน Trapped Situation !! โดยปกติจะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญของฝรั่ง เมื่อเด็กกลุ่มหนึ่งตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไปติดเกาะ ติดอยู่ในบ้านร้าง ฝนตกหนักมาก ออกไปไหนไม่ได้ การสื่อสารถูกตัดขาด โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือใ้ช้การไม่ได้ รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ลมพายุพัดเสาไฟฟ้าล้ม กระแสไฟฟ้าขัดข้อง ไฟดับ บ้านตกอยู่ในความมืด เด็ก ๆ นับสิบคนที่อยู่ในบ้าน กำลังเผชิญกับสถานการณ์คับขัน !! ในบ้านนั้นยังมีเหตุฆาตกรรมสยองขวัญเกิดขึ้น นั่นมันเป็นเรื่องราวในภาพยนตร์ จะสร้างให้สนุกอย่างไรก็ได้ แต่สำหรับ Trapped Situation !! ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มันเป็นเรื่องจริง มัน Real มันไม่ใช่เหตุการณ์สมมุติ การเผชิญหน้า

บทบาทของสื่อมวลชนในสถานการณ์วิกฤติ : หลอมใจไทยให้เป็นหนึ่งเดียว

บทบาทของสื่อมวลชนในสถานการณ์วิกฤติ : หลอมใจไทยให้เป็นหนึ่งเดียว ................... ช่วงแรกของเหตุการณ์ วันที่สถานการณ์คับขันอย่างหนัก ฝนตกหนัก น้ำท่วมหนัก ผู้คนในประเทศช่วยกันทุกฝ่าย ทหารเรือ ทหารบก ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พลเรือน อาสาสมัคร จิตอาสา ผู้ชำนาญงานในท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ครูบา สูบน้ำ พร่องน้ำ ตัดไม้ ปีนเขา หาโพรงถ้ำ หาช่องถ้ำ ดำน้ำ ลำเลียง เปียกปอน ถากหิน ย้ายก้อนหิน มือพัง เหนื่อยหนักหนา สาหัส รถปั่นไฟ ทีมการไฟฟ้า ทีมวางสายโทรศัพท์ ทีมอินเทอร์เน็ต ทีมสายสูบ ทีมน้ำบาดาล รถสูบน้ำพญานาคยักษ์ ทีมปีนป่ายเก็บรังนก รถเข็นก๋วยเตี๋ยวกินฟรี ดูเหมือนคนในประเทศนี้ มีใจเดียวกันหมด เพราะความห่วงใยชีวิตเพื่อนมนุษย์ เพราะความกดดัน ความหวาดวิตก ว่าฝนฟ้าจะเป็นอุปสรรค รถลาม้าใช้ มีเท่าไหร่ขนมา เพราะเรามีจิตใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ หาเด็กให้เจอ จดหมายน้อยของคุณอันสเวิร์ธ ที่เขียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทางการไทยรีบไปรับตัวผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำระดับโลกชาวอังกฤษมาโดยด่วน การปรากฏตัวของนักดำน้ำชาวอังกฤษสองคน คือ ริชาร์ด สแตนตัน กับ จอห์น โว

BIG MAN AND BIG NAME วีรบุรุษ หรือ คนดัง

BIG MAN AND BIG NAME วีรบุรุษ หรือ คนดัง .............................................. สถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นต่อเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน กับโค้ช ที่เข้าไปติดอยู่ในถ้าหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเหตการณ์ที่น่าตกใจ น่าหวาดวิตกต่อความปลอดภัยของเด็ก กลายเป็นภารกิจสำคัญ ของหน่วยงานภาครัฐ ทหารเรือ หน่วย SEAL ทหารบก ตำรวจ แพทย์ พยาบาล ฝ่ายปกครอง กรมอุทยาน กรมน้ำบาดาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ ผู้เขี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครกู้ภัย อาสาสมัครพลเรือน ที่ร่วมมือรวมพลังกันช่วยชีวิตเด็ก สถานการณ์คับขันจึงปรากฏเงาร่างของบุคคลผู้กล้าหาญ ผู้กระทำการด้วยความเก่งกล้าสามารถ เสียสละ ทุ่มเทความพยายาม เพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ปรากฏเงาร่างของผู้ที่มีความปรารถนาส่วนตัว Ambition ที่ต้องการมีชื่อเสียง ต้องการเป็นคนดัง ถ้าคุณเป็นผู้มีความสามารถ มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ เสียสละ เข้มแข็ง อดทน ไม่หวาดกลัว ไม่กลัวความเจ็บปวด ไม่กลัวแม้ความตาย หากคุณได้กระทำการโดยอาศัยคุณสมบัติของตนเ

รูปแบบของข่าวสารและการสื่อสาร ในสภาวะวิกฤติเด็กนักฟุตบอลกับโค้ช 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวงเชียงราย

เหตุเกิดที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำ-นางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย 7 กรกฎาคม 2561 เหตุการณ์เด็กนักฟุตบอล 12 คนกับโค้ช ติดอยู่ในถ้ำหลวงที่น้ำกำลังท่วม ห่างจากปากถ้ำประมาณ 2 กิโลเมตร ลึกลงไปจากพื้นผิวโลกประมาณ 800 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร สร้างความหวาดวิตกในความปลอดภัยของเด็ก กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำชาวอังกฤษ 2 คนได้ไปพบ เด็ก 12 คนกับโค้ช บริเวณเนินนมสาว ที่ห่างจากหาดพัทยาบีชไปประมาณ 400 เมตร คนไทยและคนต่างชาติทั่วโลกที่สนใจติดตามข่าวนี้ ต่างพากันโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ผู้คนเริ่มวิพกาษ วิจารณ์ว่า ใครผิด ใครถูก ใครเป็นต้นเหตุ ใครเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เด็กเข้าไปติดอยู่ในถ้ำ บางคนตำหนิโค้ช ลงความเห็นว่าเป็นความผิดของโค้ชที่อาวุโสกว่าแต่กลับไม่ตักเตือน และพาเด็กออกมาก่อนที่จะเกิดน่ำท่วมทำให้ทุกคนติดอยู่ในถ้ำ บางคนโทษเด็กที่ซุกซน คึกคะนอง ไม่รู้จักกาละเทศะ บางคนโทษหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ออกประกาศเตือนให้ชัดเจน ไม่ห้ามเข้าถ้ำเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ในสภาวะวิกฤติที่เสี่ยงต่อความเป็นความตายเช่นนี้ พลเมืองอินเทอร์เน็ต พลเมืองบนโลกออนไลน์ และโลกการสื่อสารสังคมออนไลน์ ได้มีการพูดคุย ถกเถียง อภิปร